พัฒนาการทางด้านการศึกษาของเชียงราย
การศึกษาของเชียงรายในอดีตเป็นการศึกษาในวัด เริ่มต้นจากผู้ปกครองส่งบุตรเข้าฝากตัวเป็นศิษย์วัด แล้วบรรพชา อุปสมบทตามวัยอันสมควร ดังนั้นบทบาทของศาสนาในการจัดการศึกษาจึงมีคุณลักษณะของการขัดเกลาอบรมบ่มนิสัยในด้านจรรยามารยาท พร้อมกับความรู้ในวิชาแขนงต่างๆ
จึงนับว่าการศึกษาในสมัยโบราณได้บูรณาการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมีคุณค่า แต่แล้วเชียงรายก็ต้องปรับตัวเพื่อเข้าสู่การศึกษายุคใหม่
ในปี พ.ศ.2431 ศาสนาจารย์ดาเนียล แมคกิลวารี (Dr.Danial Mc.ilvary) ได้เดินทางเผยแพร่ศาสนาที่เชียงรายและได้ตั้งโรงเรียนแห่งหนึ่ง ชื่อว่า Chiang Rai Boy's School และในปี พ.ศ. 2457 โรงเรียนดังกล่าวได้เปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ดร.วิลเลี่ยม เอ บริกส์ จึงใช้ชื่อใหม่ว่า โรงเรียนบริกส์อนุสรณ์ โดยในขณะนั้นการศึกษายังให้โอกาสแค่เพศชายเท่านั้น และระหว่างปี พ.ศ. 2457-2460 คณะมิชชันนารีได้จัดตั้งโรงเรียนสำหรับผู้หญิงขึ้นอีกแห่งชื่อว่า โรงเรียนสตรีวิชาคาร (อยู่บริเวณคริสตจักร ภาค 2) โดยเน้นความเสมอภาคทางการศึกษาของชาย และหญิง
โรงเรียนในเชียงรายขณะนั้นระยะแรกเปิดสอนเพียงระดับมูลศึกษา (ระดับมูล ปีที่ 1 และมูลปีที่ 2) และประถมศึกษา (ประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 ) หากต้องการจะศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมในระหว่างช่วงปี พ.ศ. 2445-2464 จะต้องไปศึกษาต่อยังจังหวัดเชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ และในปี พ.ศ. 2477 ได้รวมโรงเรียนชาย และโรงเรียนหญิงเข้าด้วยกันแล้วใช้ชื่อว่า โรงเรียนคริสเตียนวิทยาคม โดยครูอินสม ดวงเนตร ครูใหญ่ในขณะนั้น และต่อมาได้ขยายการศึกษาจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา 6
เพื่อสนองพระราชประสงค์ตามพระราโชบายในการจัดการศึกษาหัวเมืองฝ่ายเหนือของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2451 พระภักดีณรงค์ (พระยาศรีสุริยะราชวรานุวัตร์) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายจึงได้จัดตั้งโรงเรียนประจำจังหวัดเชียงรายเรียกชื่อว่า โรงเรียนประจำจังหวัดเชียงรายสามัคคีวิทยาคม อยู่บริเวณเชิงดอยวัดงำเมือง โดยแยกนักเรียนหญิงในสถานที่ซึ่งเรียกว่า บำรุงกุมารี โดยในปี พ.ศ. 2470 ได้ขยายการศึกษาไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษา 6
ปี พ.ศ. 2476 ได้แยกโรงเรียนสตรีออกไปตั้งเป็นเอกเทศเป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดเชียงรายใช้ชื่อว่า โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ การแต่งกายของครู และนักเรียนในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะนั้นทั้งครู และนักเรียนยังไม่มีชุดเครื่องแบบ หรือ ยูนิฟอร์มโรงเรียน ดังนั้นการแต่งกายจะแต่งกายตามวิถีชีวิตโดยทั่วไป เช่น ผู้หญิงนุ่งผ้าถุง เสื้อคอกลมแบบล้านนา
ภายหลังสงครามโลกเมื่อเหตุการณ์ต่างๆ เข้าสู่ภาวะปกติ ภาคการศึกษาก็เริ่มขยายตัว ก่อให้เกิดโรงเรียนต่างๆ มากมาย เช่น โรงเรียนกุงหมิน ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนศึกษาศาสตร์ (ปัจจุบันคือโรงเรียนพาณิชการเชียงราย)(ภาพในชุดกีฬาของนักเรียนโรงเรียนเชียงรายวิทยาคม เมื่อประมาณปี พ.ศ.2510 เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณบรรจงศักดิ์ ใจหวาน)ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี พ.ศ. 2486-2488 เกิดภาวะชะงักงันไประยะหนึ่ง โรงเรียนต่างๆ เป็นที่ตั้งของหน่วยทหารทั้งทหารไทย และทหารญี่ปุ่น และเนื่องด้วยญี่ปุ่นได้ตั้งข้อรังเกียจคริสตศานา จึงทำให้มิชชันนารีต้องหนีสงครามกลับประเทศตนเองหมด และบังคับให้คริสเตียนยุติกิจกรรมทุกอย่าง จึงเป็นเหตุให้โรงเรียนคริสเตียนวิทยาคมต้องเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ในปี พ.ศ. 2485 แม้จะมีศึกสงคราม โรงเรียนต้องกลายเป็นที่ตั้งของหน่วยทหาร แต่การเรียนการสอนก็ยังคงดำเนินต่อไป ดังเช่น โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ต้องเปลี่ยนที่เรียนชั่วคราวไปเรียนกันที่สันคอกช้าง เป็นต้น โรงเรียนเชียงรายวิทยาคมได้ฉลองครบรอบ 100 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2531 และโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ก็จะฉลองครบรอบ 100 ปี ในปี พ.ศ.2551 ที่จะถึงนี้ พัฒนาการทางการศึกษาของโรงเรียนในเชียงรายได้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปมิได้หยุดยั้ง เพราะการเห็นถึงความสำคัญทางด้านการศึกษาของคนในพื้นที่ การศึกษาพัฒนา คนพัฒนา เชียงรายพัฒนา
อาคารเรียนของโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ในอดีต ซึ่งปัจจุบันได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว เอื้อเฟื้อภาพโดย โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์
โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม เมื่อครั้งยังใช้ชื่อว่า โรงเรียนคริสเตียนวิทยาคม ภาพนี้ถ่ายก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณทองใบ จิตปรีชาญ
นักเรียนโรงเรียนสตรีวิชาคาร(บริเวณคริตสตจักร ภาค2 เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณทองใบ จิตปรีชาญ
ภาพการแต่งกายของคณะครูโรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ถ่ายก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เอื้อเฟื้อภาพโดย คุณทองใบ จิตปรีชาญ












พัฒนาการทางด้านการศึกษาของเชียงราย


